Skip to content

ทางรถไฟกับวัยเซ่อ

Popularity · Low

Listen

YouTube

0:00 / 0:00
Loading YouTube player...
Lyrics offset
Synced

Lyrics

ผมปิดหน้าจอคอม ดูนาฬิกาเวลาประมาณซัก 6 โมง ส่งงานเสร็จแล้วเราคงได้นอนพักร่างเพราะว่ายังเหลือเวลาว่างอีกซัก 4-5 ชั่วโมง เดี๋ยวต้องโผล่ไปสตูดิโอ 28 เอนหลังนอนรู้สึกเจ็บแปลบๆ เหมือนว่าเหน็บจะแดกขาด้วย ในจังหวะจะหลับตาฝัน ดันมีสายเข้าโทรศัพท์ เช้าสัสๆแล้วใครแม่งโทรหาเนี่ย มิคเคาะประตูห้อง ผมลุกไปเปิดพร้อมด่ามึงเป็นอะไรของมึง มันบอกว่า เอาเถอะน่า ในมือหยิบ Bud มาป๋องนึง ก็ได้วะ ผมใจอ่อน จึงคว้าร่มเล็กๆมากาง มันบอกไม่ต้องหรอกฝนเบา ร่างกายเราควรสัมผัสน้ําเป็นธรรมดา ออกไปเปิดหูเปิดตา เราเดินตามตรอกออกไปตามทาง มันพยายามจะพาผมเดินข้ามคลองแต่มองไม่มีสะพาน มันบอกไปทางรถไฟปะล่ะ เชี่ยไรกูเหวอนี่แม่งหนังเต๋อสัสๆ เราเดินก้าวเท้าไปตามจังหวะเม็ดฝน กับรสชาติขมๆ ที่ขับออกมาจากปากกระป๋องโลหะ เดินไปได้ไม่นาน หลังจากเลี้ยวซ้ายแล้วเราก็เจอกับราง ผมเดินเข้าไปพลันทันใด ทั้งๆที่ก็ไม่รู้ว่าเราจะเจออะไรที่ปลายทางเหมือนกัน ผมชายตาเหลือบลอง ก้มลงมองกลางรางเห็นธารหินเรียงตัวสวยเป็นแนวยาวไล่เฉดสี ความงามจากธรรมชาติ ไม่ใช่จากในภาพ ตีเป็นมูลค่าด้วยตา ประเมินด้วยค่าประมาณ คาดการณ์จากอุปสงค์ผมคงเป็นเศรษฐี Ooh เธอจะไปที่ใด เธอจะไปที่ใด เธอจะไป ทางรถไฟสีเทา ทางรถไฟขี้เมา Ooh เธอจะไปที่ใด เธอจะไปที่ใด เธอจะไป ทางรถไฟสีเทา ทางรถไฟขี้เมา เห็นเครื่องเล่นสนิมเขรอะ ณ ข้างทางเราจึงหยุดพักร่างตามด้วยซัดน้ําเมาเข้าปากไปอีกหนึ่งกรึบ ทางซ้ายคือนักล่าไรห์ม ทางขวาคือนักบ้างาน ทั้งสองคนต่างทะเยอทะยานนอนเช้าตื่นดึก กายาที่หย่อนยืดยานเหมือนผ่านมาหมื่นศึก แต่ไร้ความรู้สึกนึกรู้ว่ากูเป็นใครกัน สิ่งเดียวคือเดินหน้าทํา วิ่งใส่ เชื่อว่าตายอย่างยิ่งใหญ่ก็ดีกว่าอยู่อย่างไม่มีใครจํา จํายอม ต้องวิ่งนําไป เหมือนรถไฟที่แล่นผ่านลําคลอง คล้อยมองตามตอนกําลังผ่านหน้าข้าเชยชม ผิวจักรกลปะทะสายลมระเบิดเกิดเป็นทํานอง ลอง มิคลองโบกมือให้คนแปลกหน้า เดาว่าโบกี้ที่ห้าน่าจะท้ายขบวน เขายิ้มโยกโบกกลับมือสะบัดไหว ราวกับรู้ใจเป็นสหายทั้งที่พึ่งเจอตัว ตัวผม กวาดสายตาไปทางป่าหญ้า ปรากฏชายชราถือไม้เท้าเฝ้าพยุงร่าง เสื้อสีฟ้าตัวเก่งกับกางเกงตัวเก่ายังมีรอยฝนเบาๆผ่านเข้าไปซึมซาบ เขาเดินเข้ามา เดินเข้ามา ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ กลัวว่าเขาจะไล่เพราะเราไปรบกวนบ้าน ทว่า สิ่งที่เขาทําน่าฉงนใจยิ่ง เขาโน้มตัวลงเรี่ยดินแล้วจึงแล้วเริ่มถอนหญ้า ทําไมต้องทํายังงั้นครับ ผมถาม เขาตอบพลัน เราใช้ที่เขาทุกวัน ต้องช่วยดูแลบ้างเหมือนดูแลบ้าน จริงๆลูกสาวไม่อยากให้ออกมาหรอก บอกก่อน แต่กําลังมันอยากออก แกพูดเย้าหยอกเริงร่า เสร็จแล้วว่าจะกลับไปอาบน้ํา ชงกาแฟ เอาตาแลหนังสือพิมพ์ กินอะไรที่อยากกิน แล้วก็เล่นกับแมวข้างข้างบ้าน ช่างธรรมดามาก คนชราภาพไม่ต้องการลาภบรรณาการมากมายเพื่อบรรยายซากความทรงจําที่สร้างมานาน แค่มีความสุขกับพื้นที่เล็กๆเพียงหญ้าหนึ่งหยิบมือ ไม่ใช่ข่าวลือในสื่อที่ต้องตามแก้ ไม่มีคําชื่นชม หรือต้องทนนินทาจากปากใครแพล่ม มีเพียงยิ้มสดใสที่ออกฤทธิ์ตามใจแจ้ง จึงคิดสงสัยว่า รถไฟสายขี้เมากําลังพาเราไปในทิศทางใดแน่ Ooh เธอจะไปที่ใด เธอจะไปที่ใด เธอจะไป ทางรถไฟสีเทา ทางรถไฟขี้เมา Ooh เธอจะไปที่ใด เธอจะไปที่ใด เธอจะไป ทางรถไฟสีเทา ทางรถไฟขี้เมา ทําให้มากเพื่อเอาไปอวดโอ้ โชว์เพื่ออวดอ้าง บ้างทําทรงคงเป็นเพราะห่วงโก้ คล้ายกับหวงก้าง บ้างไปอยู่บนสุดของห่วงโซ่ เลยต้องห่วงสร้าง บ้างปล่อยตัวปล่อยใจไปห่วงโล่ ไม่ได้ห่วงร่าง ทําให้มากเพื่อเอาไปอวดโอ้ โชว์เพื่ออวดอ้าง บ้างทําทรงคงเป็นเพราะห่วงโก้ คล้ายกับหวงก้าง บ้างไปอยู่บนสุดของห่วงโซ่ เลยต้องห่วงสร้าง บ้างปล่อยตัวปล่อยใจไปห่วงโล่ ไม่ได้ห่วงร่าง Ooh เธอจะไปที่ใด เธอจะไปที่ใด เธอจะไป ทางรถไฟสีเทา ทางรถไฟขี้เมา Ooh เธอจะไปที่ใด เธอจะไปที่ใด เธอจะไป ทางรถไฟสีเทา ทางรถไฟขี้เมา ตัว ผมกวาดสายตาไปทางป่าหญ้า กายส่งกลิ่นสุราที่ได้ดื่มไปจนลืมราก เสื้อสีฟ้าตัวใหม่กางเกงที่ใส่แค่เข่ามองดูรถไฟสีเทาที่เข้ามาผ่านหน้า ผมเคยวิ่งตาม เคยวิ่งตาม เคยวิ่งตามพยายามไล่ เชื่อว่าผลที่ได้ มันจะใช่และคุ้มค่า ทว่า สิ่งที่ผมทํากลับน่าฉงนใจยิ่ง ผมโน้มตัวลงเรี่ยดินแล้วจึงเริ่มถอนหญ้า